กรอบการวัดผลที่มีในปัจจุบัน
- กรอบการวัดผลด้านเศรษฐกิจของเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ระบบการจัดประเภททางสถิติสากล เช่น ISIC (International
Standard Industrial Classification) ใช้สำหรับรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจในเชิงเปรียบเทียบทั่วโลก
โดยแม้ว่า ISIC จะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเก็บข้อมูลเฉพาะของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
แต่ก็สามารถนำมาใช้ในการระบุและวัดผลกิจกรรมในภาคการผลิตที่มีความสร้างสรรค์ได้
ISIC ฉบับปรับปรุงล่าสุดคือ Rev.
5 (ปี 2023) ซึ่งพัฒนาต่อยอดจาก Rev. 4
(ปี 2022) และยังมีระบบที่เกี่ยวข้อง เช่น
- NACE
(Statistical Classification of Economic Activities) ของสหภาพยุโรป
ที่มีรายละเอียดมากกว่า
- NAICS
(North American Industry Classification System) ใช้ในอเมริกาเหนือ
(สหรัฐ, แคนาดา, เม็กซิโก)
นอกจากนี้ยังมีระบบจำแนกผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า
CPC (Central Product
Classification) ซึ่งใช้จำแนกสินค้าและบริการเชิงสร้างสรรค์ โดยเวอร์ชันที่ใช้อยู่ในเอกสารคือ CPC Rev. 2 (เวอร์ชันใหม่ Rev.
3 จะใช้ได้ในปี 2024)
มิติทางเศรษฐกิจของเศรษฐกิจสร้างสรรค์
(Economic Dimension of
the Creative Economy)
- ตัวชี้วัดหลักของเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ได้แก่ GDP, การค้า, การจ้างงาน
ถึงแม้จะวัดความคิดสร้างสรรค์ได้ยาก แต่ก็ยังจำเป็น
ISIC ไม่สามารถแยกแยะอุตสาหกรรมเฉพาะ
เช่น เกมคอมพิวเตอร์หรือดนตรี ได้ชัดเจน
อุตสาหกรรมหัตถกรรมก็อาจถูกจัดรวมไว้ในหมวดอื่น ๆ
- สินค้าเชิงสร้างสรรค์จากภาคการผลิต
เช่น งานฝีมือ บางครั้งถูกนับรวมกับสินค้าที่ไม่ใช่เชิงสร้างสรรค์
ทำให้เกิดการประเมินค่าสูงเกินจริง
- ความยากในการวัดกิจกรรมสร้างสรรค์
เนื่องจากกิจกรรมถูกจัดกลุ่มรวมในหมวดกว้าง ทำให้ยากต่อการระบุเฉพาะเจาะจง
- การค้าระหว่างประเทศของสินทรัพย์ไร้ตัวตน
เช่น ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า
อาจถูกย้ายข้ามประเทศเพื่อลดภาษี
ส่งผลต่อความแม่นยำของสถิติ
อุตสาหกรรมสร้างสรรค์มีงานที่อยู่นอกระบบจำนวนมาก
เช่น งานฟรีแลนซ์ งานช่างฝีมือขนาดเล็ก
ซึ่งไม่ถูกรวบรวมในสถิติทางการ
- การต่อต้านการวัดเชิงเศรษฐกิจ
บางกลุ่มในแวดวงวัฒนธรรมไม่เห็นด้วยกับการวัดผลเชิงเศรษฐกิจ เพราะมองว่า
"ศิลปะ" ไม่ควรตีค่าเป็นเงิน
วิธีการจำแนกและรวบรวมข้อมูลแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค
คำจำกัดความของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ตามกรอบของ
UNCTAD
อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industries) ตามนิยามของ UNCTAD คือ:
- กระบวนการหมุนเวียนของการสร้างสรรค์
ผลิต และกระจายสินค้าและบริการ
ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และทุนทางปัญญาเป็นปัจจัยหลัก
- กิจกรรมที่ใช้ความรู้เป็นฐาน
เน้นวัฒนธรรม มรดก และสามารถสร้างรายได้จากการค้าและทรัพย์สินทางปัญญา
- ประกอบด้วยสินค้าที่จับต้องได้
(สินค้า) และ บริการที่เป็นนามธรรม (เช่น ผลงานศิลปะหรือทรัพย์สินทางปัญญา)
ซึ่งมีคุณค่าทางเศรษฐกิจและวัตถุประสงค์เชิงตลาด
- จุดบรรจบของภาคหัตถกรรม (artisan), บริการ (services) และอุตสาหกรรม (industrial)
เป็นหัวใจสำคัญของ เศรษฐกิจสร้างสรรค์
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ตาม UNCTAD คือ:
- แนวคิดที่ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
โดยอิงกับทรัพย์สินสร้างสรรค์ ซึ่งสามารถสร้างการเติบโตและการพัฒนาเศรษฐกิจ
- มีบทบาทสำคัญในการ สร้างรายได้
การจ้างงาน และรายได้จากการส่งออก
- ผสมผสาน มิติทางเศรษฐกิจ
วัฒนธรรม และสังคม ร่วมกับ เทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา
และการท่องเที่ยว
- เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ใช้ความรู้เป็นฐาน
มีความเชื่อมโยงทั้งในระดับมหภาคและจุลภาค
กับเศรษฐกิจโดยรวม
- ถือเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้สำหรับการพัฒนา
โดยต้องการนโยบายที่สร้างสรรค์และสหวิทยาการ
รวมถึงการร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐบาลต่าง ๆ
การพิจารณาทบทวนนิยามปี 2008
คณะทำงานไม่เป็นทางการของ
UNCTAD ได้หารือถึงความจำเป็นในการปรับปรุงนิยามจาก
รายงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ปี 2008 (โดย UNCTAD และ UNDP) และมีมติว่า
- สะท้อนสาระสำคัญ
ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ได้อย่างครอบคลุม
- ยืดหยุ่นพอ
ที่จะนำไปใช้ในแต่ละประเทศ
- สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
ที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์
ที่มา :
United Nations. (2024).
Advancing the measurement of the creative economy. United Nations.