United Nations Economist Network (2023)
เศรษฐกิจใหม่เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน:
เศรษฐกิจสร้างสรรค์
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (หรือที่เรียกว่า
เศรษฐกิจสีส้ม) เป็นแนวคิดที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
โดยมีรากฐานจากการใช้ทรัพย์สินทางความคิดสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริม การเติบโตและการพัฒนาเศรษฐกิจ
แนวคิดนี้ผสานรวมทั้ง มิติทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคม เข้ากับ เทคโนโลยี
ทรัพย์สินทางปัญญา และการท่องเที่ยว
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ประกอบด้วยกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อิงความรู้
(knowledge-based) ซึ่งมักมีลักษณะเฉพาะในระดับท้องถิ่น
และเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในระดับจุลภาค (micro) และ มหภาค (macro) แม้
จะไม่มีนิยามเดียวที่เป็นทางการสำหรับ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์”
แต่ทุกนิยามต่างยอมรับว่าแนวคิดนี้มี หลากหลายมิติ และมี ศักยภาพในการสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจ
สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งสามารถสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs)
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุป
กรอบนโยบายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
Bali Agenda & Nairobi Maafikiano: เรียกร้องให้หน่วยงานระหว่างประเทศสนับสนุนระบบนิเวศของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา
ความเชื่อมโยงกับแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่
(NESD)
|
แนวคิดเศรษฐกิจใหม่ |
ความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ |
|
เศรษฐกิจสีเขียว/เศรษฐกิจหมุนเวียน |
การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ลดของเสียและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ |
|
เศรษฐกิจสีฟ้า |
การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในชุมชนชายฝั่ง
เช่น หัตถกรรม อาหารพื้นถิ่น |
|
นวัตกรรมแบบประหยัด (Frugal Innovation) |
MSMEs ที่มีความยืดหยุ่น
สามารถผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ตลาดด้วยต้นทุนต่ำ |
|
เศรษฐกิจดิจิทัล |
ช่องทางออนไลน์ทำให้บริการสร้างสรรค์เข้าถึงตลาดโลกได้มากขึ้น |
|
เศรษฐกิจสีเหลือง |
โซเชียลมีเดียเอาเปรียบผู้ผลิตเนื้อหาด้วยระบบ |
ผลกระทบต่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน
(SDGs)
1.
เศรษฐกิจสร้างสรรค์มีบทบาทสำคัญ
·
SDG 4: การศึกษา
·
SDG 5: ความเท่าเทียมทางเพศ
·
SDG 8: การจ้างงานที่มีคุณค่า
·
SDG 9: นวัตกรรม
·
SDG 10: ลดความเหลื่อมล้ำ
·
SDG 11–12: เมืองและการบริโภคอย่างยั่งยืน
·
SDG 16–17: การเป็นหุ้นส่วนเพื่อพัฒนา
2.
จุดเด่นด้านการจ้างงาน
·
ผู้หญิงทำงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มากถึง
45%
·
เยาวชนอายุ 15–29
ปี คิดเป็น 23% ของแรงงานสร้างสรรค์
(สูงกว่าภาคอื่น)
·
แต่ยังมี อุปสรรคด้านความเท่าเทียมทางเพศและโอกาสในการเป็นผู้นำ
มูลค่าทางเศรษฐกิจและการค้า
1.
อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เติบโตเร็วที่สุดในโลก
2.
มูลค่าส่งออกสินค้าสร้างสรรค์: $419 ล้าน (2010) → $524 ล้าน (2020)
3.
มูลค่าการส่งออกบริการสร้างสรรค์: $487 พันล้าน → $1.1 ล้านล้านดอลลาร์
4.
บริการสร้างสรรค์ ฟื้นตัวได้ดีในช่วงโควิด (-1.8%) เทียบกับภาคบริการโดยรวม
(-20%)
ข้อจำกัดในการผลักดันเข้าสู่เศรษฐกิจหลัก
1.
ยากต่อการวัดผล ด้วยระบบเศรษฐศาสตร์ดั้งเดิม เช่น มูลค่าทางวัฒนธรรม
หรือทรัพย์สินทางปัญญา
2.
ปัญหาการเข้าถึงตลาด การปกป้องลิขสิทธิ์ในประเทศกำลังพัฒนา
3.
ขาด ความเชื่อมโยงระหว่างนโยบายด้านเศรษฐกิจ ดิจิทัล และวัฒนธรรม
ข้อเสนอเชิงนโยบาย
1. ระดับสหประชาชาติ (UN)
·
ส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นกลไกการค้าและนวัตกรรม
·
จัดตั้ง กองทุนส่งเสริมนวัตกรรม
สำหรับประเทศกำลังพัฒนา
·
ปรับระบบภาษีและทรัพย์สินทางปัญญาให้เอื้อต่อครีเอเตอร์
2. ระดับประเทศ
·
กำหนดให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็น
นโยบายหลักระดับชาติ
·
จัดตั้ง องค์กรกลางส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์
·
ส่งเสริมความร่วมมือ รัฐ-เอกชน-สถาบันวิชาการ
·
สร้างระบบนิเวศการเงิน
ทุน และเทคโนโลยีสำหรับ MSMEs
3. ระดับวิชาการ
·
วิจัยบริการดิจิทัลสร้างสรรค์
โดยเฉพาะ Mode 3/4 (การค้าบริการ)
·
ส่งเสริมการเก็บข้อมูลเชิงลึก
เช่น Creative Trident Methodology
·
พัฒนาเครื่องมือวัด การบริโภคสร้างสรรค์ภายในประเทศ
ที่มา :
United Nations Economist
Network. (2023). New economics for sustainable development: Creative economy.
United Nations.